ยาสูบ กฏหมาย โรงงานยาสูบ องค์การอนามัยโลก บริษัทข้ามชาติ ยาเสพติด องค์การค้าเสรี มูล
อัยการเตรียมแถลงคืบหน้าคดี บ.บุหรี่เลี่ยงภาษี 6.8 หมื่นล้านบาท

18 ม.ค. 2559 รายงานข่าวจากสำนักงานอัยการสูงสุดแจ้งว่า วันที่ 19 มกราคม 2559 เวลา 09.30 น. นายชาติพงษ์ จีระพันธุ์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษเตรียมแถลงข่าวความคืบหน้าคดีบริษัท ฟิลลิป มอริส เลี่ยงภาษีนำเข้าบุหรี่ ระหว่างปี 2546-2552 รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 6.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 พนักงานอัยการอนุญาตนายทรอย เจ มอดลิน ตัวแทน บริษัท ฟิลลิปมอริส มอร์ริส เลื่อนเข้ารายงานตัวต่ออัยการสูงสูด เพื่อสั่งฟ้องฐานร่วมกันเลี่ยงภาษีศุลกากร หรือสำแดงเท็จในการนำเข้าบุหรี่ต่างประเทศออกไปเป็นวันที่ 19 มกราคม ตามที่ผู้ต้องหาได้ส่งทนายความร้องขอ เนื่องจากติดภารกิจที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยมีหลักฐานจากกรมแรงงานอินโดนีเซียมายืนยัน

คดีบริษัท ฟิลลิป มอริส เลี่ยงภาษีนำเข้าบุหรี่เข้าสู่กระบวนการทางคดีเมื่อกันยายน 2552 โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดซึ่งต่อมามีมติสั่งฟ้องเมื่อปี 2556 ทั้งนี้ หากนับรวมเวลาที่ตรวจพบการกระทำความผิดตั้งแต่ปี 2546  จนถึงปัจจุบันคดีนี้ผ่านมานานถึง 9 ปีแล้ว  และล่าสุดพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ มีคำสั่งให้เตรียมสั่งฟ้องกับผู้ที่เกี่ยวข้องในความผิดดังกล่าว รวม 8 คน ประกอบด้วย บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส ไทยแลนด์ ในฐานะนิติบุคคล และบุคคลทั่วไปซึ่งเป็นชาวไทยอีก 7 คน ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานอัยการ เพื่อสั่งฟ้องคดีไปแล้วก่อนหน้านี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เครือข่ายนักวิชาการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ โดยนายไพศาล ลิ้มสถิตย์ กรรมการบริหารศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า ในเดือนกันยายน 2556 อัยการสูงสุดในขณะนั้นมีความเห็นสั่งฟ้อง บริษัท ฟิลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด กับผู้ต้องหารวม 12 คน เป็นชาวต่างชาติ 4 รายและเสียชีวิตไปแล้ว 1 ราย ซึ่งชาวต่างชาติ 4 รายล้วนเป็นผู้บริหารและพนักงานบริษัทได้หลบหนีการจับกุมไปแล้ว โดยอัยการฝ่ายคดีพิเศษได้เคยทำหนังสือเรียกผู้ต้องหาทั้งหมดมารับทราบข้อกล่าวหาช่วงปลายปี 2556 แต่อัยการได้เลื่อนสั่งคดีออกไปช่วงกลางเดือนมกราคม 2557

นายไพศาล แสดงความกังวลว่า เกือบสองปีที่อัยการสูงสุดมีความเห็นส่งฟ้องแต่ยังไม่ยื่นฟ้องต่อศาลด้วยผู้ต้องหายังไม่มารายงานตัว เกรงว่าคดีจะขาดอายุความ เพราะคดีเเพ่งจะหมดอายุความภายใน 10 ปี นับจากวันที่สามารถใช้สิทธิเรียกร้อง หรือวันที่รู้ว่ามีการหลีกเลี่ยงอากร ซึ่งขณะนี้ ยังไม่ทราบการตีความของกรมศุลกากร แต่คาดว่าน่าจะหมดอายุความภายในปี 2559 ส่วนอายุความทางอาญา คือ 15 ปี นับอายุความ ปี 2549 ส่วนกรณีที่อ้างว่าไม่สามารถฟ้องคดีได้ เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นชาวต่างชาติที่ยังไม่สามารถติดตามตัวได้ อัยการสามารถสั่งฟ้องคดีกรรมการบริษัทไทยก่อนเเละประสานงานต่างประเทศให้ส่งผู้ต้องหาชาวต่างชาติผ่านขบวนการส่งตัวผู้ร้ายข้ามเเดนต่อไป

ที่มา : http://prachatai.org/journal/2016/01/63548

ย้อนกลับ